เคยเขียนเรื่องนี้ไว้ทั้ง www.trekkingthai.com  และ Blogoknation  วันนี้มีโอกาสเปิดบ้านให้ที่ 
exteen  จึงอยากจะนำเอามารวบรวมไว้ซะด้วยกัน  ยังไงเดี๋ยวจะพาเที่ยวเมืองพาราณสีนะคะ   
เมืองที่วีความเป็นอินเดี๊ย...อินเดีย สีสันจัดจ้านไม่มีใครเกิน  
หลายคนแรกมาเหยียบพาราณสี 
จะมีความรู้สึกว่านี่มันอะไรกันนี่ ....
ทำไมมันวุ่นวายอย่างนี้   เริ่มตั้งแต่ที่สถานีรถไฟ  ถ้าแบกเป้ไปเองแล้วล่ะก็  ก็จะออกมาได้คง
ได้ปรี๊ดแตกกันทุกคน
  ถ้าความอดทนไม่พอ
ไหนจะนายหน้าขายห้อง  ไหนจะริกชอร์  ใช่ว่าตัด
ปัญหาให้โรงแรมมารับแล้วจะจบ
 ริกชอร์เจ้าถิ่นไม่มียอมง่ายๆ นักท่องเที่ยวในสายตาชาวเมือง
พาราณสี  จึงถูกมองเหมือน ขนมหวาน
  เหมือนอะไรสักอย่างที่จะต้องกรูเข้าไปห้อมล้อมเก็บเ
กี่ยวผลประโยชน์ให้ได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง


จนวันหนึ่งที่ได้กลับมานอนสบายอยู่กับบ้านนั่นแหละ รับรองว่าทุกรายต้อง คิดถึง  แว๊ปแรกของ
ภาพอินเดียในความทรงจำของคุณ  พาราณสีน่าจะเป็น หนึ่งในนั้น  ที่นี่ทั้งน่ารักและน่าชังซะจริงๆ
เมืองนี้ยังคงเป็นเมืองที่มีเสนห์เฉพาะตน มีความเป็นหนึ่งในหลายเรื่อง  ถ้าเป็นอาหารก็คงจะ
รสชาติจัดจ้าน
  แสบปากจนบางคนอาจฝืนทานไม่ลงเลยทีเดียว
 

พาราณสีเป็นเมืองที่มีท่านำลงสู่แม่น้ำคงคามากที่สุดและเก่าแก่ที่สุดสร้าง
โดยกษัตริย์และมหาเศรษฐีในอดีตหลายยุคหลายสมัยด้วยกันชาวฮินดูเลื่อมใสและถือปฎิบัติ
โดยเคร่งครัดที่จะพากันอาบน้ำชำระร่างกายในแม่น้ำคงคา
  มีเชื่อกันอย่างจริงจังตลอดมานับ
พันๆปีว่าเมื่อทำบาปแล้ว หากไปอาบน้ำในแม่น้ำคงคา บาปนั้นจะหมดสิ้นไป ในวันหนึ่งๆจะมีผู้
คนพากันไปอาบน้ำล้างบาปกันเต็มท่าน้ำไปหมด โดยเฉพาะท่าอัศวเมธ เมืองพาราณสี
ยิ่ง
วันเพ็ญเดือนสิบสองด้วยแล้ว ชาวฮินดูจากทั่วทุกสารทิศ จะพากันมุ่งหน้าสู่นครพาราณสี
เพียงเพื่อจะล้างบาปที่แม่น้ำคงคา ช่วงเดือนเพ็ญเดือนสิบสอง ฝูงชนนับแสนหลั่งไหลตามกัน
ไปสู่แม่น้ำคงคา



หลายครั้งที่ ชามะนาว  ไปเยือนแม่น้ำคงคามักจะไปกันแต่เช้ามืด และไปกันเป็นหมู่คณะเพราะ
มักจะไปรวมกับทริปที่นำผู้แสวงบุญไปสักการะสังเวชนียสถานทั้ง 4 แห่ง คือพุทธคยา
สารนาถ(เมืองใกล้ชิดติดพาราณสี) กุสินารา ลุมพินี  กองทัพธรรมของเรา
  ตื่นตี 4 ค่ะ
ออกจากวัดตั้งแต่ตี 4 ครึ่งเพราะสว่างเร็วมาก ๆ เลย  ขนาดนี้ยังไม่ค่อยจะทันพระอาทิตย์ขึ้นเลย

สำหรับคนไทยพาราณสี คือที่ๆ จะมาแสวงบุญ สำหรับคนอินเดียแล้วพาราณสี คือที่ๆ มาล้างบาป
และที่ๆ
 เจาะจงเดินทางมาตายที่นี่ ว่ากันว่าชาวฮินดูทุกคนล้วนปราถนาที่จะมาตายและได้เผาศพ
ที่นี่ 
บางคนรู้ตัวว่าใกล้ตาย ก็จะให้ลุกหลานพามา "รอ" ที่นี่เลย เอาให้แน่ใจว่าตัวเองได้มาตายที่
พาราณสี เพื่อจะได้ไปสู่ภพชาติที่ดีกว่าและบาปจะได้รับการชำระเสียแต่ชาตินี้ บางคนไม่ทันได้รอ
ตายเสียก่อน อาจจะสั่งเสียลูกหลานไว้ ให้มาเผาหรือลอยน้ำที่นี่

ศาสนาพราหมณ์ให้ความสำคัญของแม่น้ำคงคามาก่อนพุทธกาล  
วันนี้ก็ยังคงเป็นดังนั้นเพราะเชื่อกันว่า
 แม่น้ำคงคาไหลมาจากสวรรค์ทางช้างเผือกดินแดนสุขาวดี
กล่าวกันว่าแม่คงคาเป็นมเหสีองค์หนึ่งของพระศิวะหรือพระอิศวรเทพประธานบนยอดเขาไกรลาส
เขาพระสุเมรุแม่คงคาไหลผ่านเมืองใดพราหมณ์ก็ให้ความสำคัญเมืองนั้นเมืองพาราณสีเป็นเมือง
ที่มีชื่อเสียงมากของพราหมณ์เป็นเมืองที่มีชีวิต
  สำหรับชามะนาวคิดว่าคงไม่มี
ใครมาเปลี่ยนพาราณสีได้ถ้าโลกนี้ไม่มีอันแตกไปเสียก่อน
 

จนมีปราชญ์บันทึกไว้ว่า ไฟเผาศพไม่เคยดับมาแต่อดีตกาลบันทึกนับถือไม่น้อยกว่า 4000 ปี 
แต่ที่เล่าขานกันมาปากต่อปากนั้น  กว่า 6000 ปีแล้วนะคะ 

พาราณสีเป็นทางผ่านของ แม่น้ำคงคาอันศักดิ์สิทธิ์ของประเทศอินเดียและแม่น้ำคงคา
ตอนที่ผ่านเมืองพาราณสีนั้น ถือกันว่าศักดิ์สิทธิ์ที่สุด สามารถใช้ล้างบาปมนุษย์ได้
แม่น้ำคงคาตอนที่ไหลผ่านเมืองพาราณสีนั้น ไหลจากทิศใต้สู่ทิศเหนือ ซึ่งไม่ปรากฏใน
แห่งอื่นๆของประเทศอินเดีย

พาราณสีเป็นเมืองที่มีท่านำลงสู่แม่น้ำคงคามากที่สุดและเก่าแก่ที่สุดสร้างโดยกษัตริย์และ
มหาเศรษฐีในอดีตหลายยุคหลายสมัยด้วยกัน

น้ำในแม่น้ำคงคาไม่ว่าใครมองดูด้วยตาแล้วฟันธงเลยค่ะ
  ว่าสกปรกลงไปสัมผัสดูแล้วสีขุ่น
แถมยังมีขณะและเศษดอกไม้ลอยฟ่อง
  แต่ไม่น่าเชื่อว่ามีหลายต่อหลายองค์กรนำ
น้ำในคงคา
  ที่เรามองเห็นกันว่าสกปรกนี่แหละไปตรวจพิสูจน์แล้วพบว่าไม่มีสิ่งสกปรก
เพราะมีแร่ธาตุบางชนิดที่สามารถฆ่าเชื้อโรคได้
  

คนอินเดียนิยมดื่มน้ำในแม่น้ำคงคา
  เชื่อกันว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์  ชามะนาวเองก็ชักจะเชื่อ
แล้วว่ามหานทีแห่งนี้ศักดิ์สิทธิ์จริง
  เพราะสารพัดความสกปรกไม่ว่าจะเป็นซากศพ  ซากสัตว์ 
การซักล้าง ใช้งานทุกรูปแบบ ของคนอินเดียยังทำอะไรสายน้ำแห่งนี้ไม่ได้ 
มหานทีแห่งนี้ได้พิสูจน์ให้นักเดินทางอย่างเราๆ
  เห็นแล้วว่า  ถ้าไม่ใช่ของจริงคงไม่สืบสาน
ตำนานมากว่า 6000 ปีแน่ ๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นักท่องเที่ยวนั่งเรือชมวิถีชีวิตชาวคงคา ทุกเช้า-ค่ำ

ชาวฮินดู  นับถือวัว  เพราะเป็นพาหนะของพระศิวะ 

คนอินเดียน่าจะติดอันดับชนชาติยอดประหยัดนะคะ  แม้แต่มูลวัวยังเอามาใช้ประโยชน์ 
ทำเชื้อเพลิง  บ้างก็เอามาผสมดินแปะผนังบ้าน  แบบในภาพ  ภาพนี้จาก google ค่ะ



ขอทานในเมืองพาราณสีมีมากมาย  ตามขั้นบันไดหน้าวัดฮินดูแทบจะไม่มีี่ว่างเลย 
ขอเตือนว่าอย่าเผลอใจให้เงินใครแม้แต่รูปีเดียว  มิฉนั้นความโกลาหล จราจลย่อย ๆ
อาจเกิดขึ้นรอบตัวคุณ
  ขอทานทุกคนจะเห็นคุณเป็นอาหารอันโอชะ 
บางครั้งอยากให้แทบแย่  ก็ต้องตัดใจ  เพื่อความปลอดภัย  อย่าได้คิดลองค่ะ


ตรอกซอกซอยของเมืองพาราณสีเข้าไปแล้วอาจหาทางออกไม่เจอ  พยายามอย่าเดิน
ซอกแซก
  ในที่เปลี่ยว  บางครั้งอยู่ดีๆ  ก็มีคนมาชวนคุย ชวนไปซื้อของซึ่งแน่นอน 
เค้าจะได้เปอร์เซนต์จากเจ้าของร้าน  ถ้าเข้าร้านไปแล้วคุณไม่ซื้อเค้าจะช่วยกันหว่านล้อม 
แบบเกเรนิดๆ  หลายคนต้องซื้อเพราะไม่อยากมีปัญหา

รู้เค้ารู้เราไว้ก่อนอย่างนี้แล้ว  ถ้าเพื่อนๆ  ได้ไปเยือนเมืองพาราณสีขอให้ทำใจให้สบาย 
ปล่อยวางกับความวุ่นวายตรงหน้า  คิดไว้เสมอว่า

"เราไม่สามารถเปลี่ยนอินเดียได้  จงยอมรับกับความเป็นอินเดียอย่างที่อินเดียพึงเป็น
ถ้าพยายามจะให้คิดเดียเป็นอย่างที่เราอยากให้เป็น แล้วจะมีความสุข"

ขอบคุณที่แวะเวียนเข้ามา  ร่วมรำลึกถึงเมืองน่ารัก  น่าชัง  เมืองนี้นะคะ 

 

                                                                            ชามะนาว ค่ะ

 

edit @ 17 Jan 2010 16:21:57 by ชามะนาว

Comment

Comment:

Tweet

ชอบมาาก

#1 By ธีร์ (223.207.222.88) on 2012-03-10 10:08